วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

น้ำตาลมะพร้าว


ในปัจจุบันถ้าหากเราถามว่าเคยกินหรือรู้จักน้ำตาลมะพร้าวหรือเปล่า หลายคนอาจสงสัยและทำหน้างงว่าอะไรคือน้ำตาลมะพร้าว คนส่วนใหญ่นั้นรู้จักน้ำตาลทรายเป็นอย่างดี แต่หลายครัวเรือนยังคงใช้น้ำตาปี๊บประกอบอาหารโดยเฉพาะอาหารไทยและขนมไทย เพราะมีกลิ่นที่หวานหอมเป็นเอกลักษณ์ ไม่หวานแหลมโดดเหมือนน้ำตาลทราย แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าน้ำตาลปี๊บหรือนำตาลปึกนั้น ได้ถูกผลิตมาจากน้ำตาลสดที่รองจากงวงมะพร้าวและเรียกกันในหมู่ผู้ผลิตว่า น้ำตาลมะพร้าวแต่ถ้าผลิตมาจากน้ำตาลสด ที่ได้จากจั่นตาล ก็จะเรียกว่า น้ำตาลโตนด”  สำหรับน้ำตาลมะพร้าวนั้น จัดเป็นน้ำตาลพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวไทยมานานมาก มีการผลิตกันอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัด อาทิเช่น เพชรบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การปลูกมะพร้าวเป็นอย่างมาก ด้วยสภาพภูมิศาสร์ที่เป็นพื้นที่ลาบลุ่มแม่น้ำ อีกทั้งยังเป็นบริเวณที่มีน้ำจืดและน้ำเค็มมาปะทะกันจนกลายเป็นน้ำกล่อยเหมาะแก่การปลูกพืชจำพวก ต้นจาก ปาล์มและมะพร้าว ชาวบ้านที่พื้นที่เหล่านั้นจึงยึดอาชีพทำสวนมะพร้าวกันมายาวนาน  มีความเชื่อกันว่าสมัยก่อนเนื่องจากมีการปลูกต้นมะพร้าวกันเป็นจำนวนมาก ก็ได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนต้นมะพร้าวแล้วนำมีดไปฟันจั่นและช่อมะพร้าวเล่น  เด็กคนนั้นเห็นว่ามีน้ำออกมาจากช่อมะพร้าวจึงเอานิ้วไปจิ้มแล้วลองชิมดู ปรากฎว่าน้ำนั้นมีความหวานหอมจึงนำเอาภาชนะมารองรับไว้จนได้น้ำตาลสดมาหนึ่งขัน จากนั้นจึงลองนำไปต้มและได้น้ำดื่มที่หอมหวานนุ่มลิ้น  เด็กหนุ่มคนดังกล่าวจึงไปนำน้ำที่ได้จากมะพร้าวมาอีกครั้ง แต่คราวนี้นำไปต้มจนเดือดและแข็งเป็นตังเม เมื่อนำมาชิมก็อร่อยดีจึงมีการทดลองอีกหลายครั้งจนกลายมาเป็นวิธีการทำน้ำตาลจากมะพร้าวที่ถูกสืบทอดกันมาอย่างยาวนานจนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น



บริเวณหมู่บ้านคลองน้ำเชี่ยว อำเภอเขาย้อย เป็นรอยต่อที่จะเข้าสู่อำเภอบ้านแหลมซึ่งเป็นปากอ่าว ของแม่น้ำเพชรบุรีก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองจังหวัดสมุทรสงคราม ดังนั้นเรื่องของน้ำจึงเป็นเรื่องหลัก ของภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ได้มีการกำหนดแผนการทำมาหากินให้สอดคล้องกัน คือ การทำสวนมะพร้าวและทำน้ำตาลมะพร้าวเพราะน้ำกร่อย หรือ น้ำลักจืดลักเค็ม  จึงกล่าวได้ว่าภูมิปัญญาด้านอาชีพของจังหวัดเพชรบุรีนั้น ได้คำนึงถึงฤดูกาลของน้ำเป็นสำคัญ
 การผลิตน้ำตาลมะพร้าวนั้นมีความพิถีพิถันมาก ตั้งแต่การเลือกลักษณะงวง การนวดงวง การทำความสะอาดงวง เพื่อให้ได้น้ำตาลสดที่มีคุณภาพดี การขึ้นไปรองน้ำตาลสดนั้นต้องเริ่มแต่เช้ามืดและขึ้นเก็บวันละนับร้อยต้นเพื่อให้ได้น้ำตาลสดเพียงพอในการผลิตน้ำตาลมะพร้าว ทุกเช้าเกษตรกรจะนำกระบอกรองน้ำตาลพร้อมกับมีดปาด งวงปีนขึ้นไปบนยอดของต้นมะพร้าว เพื่อนำกระบอกใส่น้ำตาลภายในบรรจุไม้เคี่ยมหรือไม้พะยอมซึ่งใส่ในปริมาณพอควรเพื่อป้องกันการบูดเน่าของน้ำตาลสด ปลดกระบอกรองตาลที่รองไว้ ตั้งแต่ ๔ โมงเย็นออก ซึ่งกระบอกนี้จะมีน้ำตาลที่ไหลออกมาจากงวงหรือจั่นมะพร้าวตลอดคืนอยู่ประมาณครึ่งกระบอกไปจนถึงเต็มกระบอก (ปริมาณขึ้นอยู่กับพันธุ์มะพร้าวและฤดูกาล) จากนั้นหยิบมีดปาดงวงมะพร้าวใหม่แล้วนำกระบอกรองตาลใบใหม่ผูกติดกับงวงเพื่อรองน้ำตาลที่ไหลออกมาจากรอยที่ปาดไว้ น้ำตาลสดที่รองได้จะถูกนำมาเคี่ยวที่เตาตาล โดยมีการกรองเศษไม้และสิ่งสกปรกทิ้งก่อนเพื่อให้ได้น้ำตาลที่สะอาด น้ำตาลสดจะถูกเคี่ยวจนเดือด พอน้ำตาลเริ่มงวดจึงลดไฟลง เมื่อเหลือ น้ำตาลประมาณ ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๗ ของปริมาณน้ำตาลที่ เทลงไปในตอนแรกจึงยกกระทะลงจากเตา นำพายหรือขดลวดมาตีกระทุ้งเพื่อให้น้ำตาลแห้งและแข็งตัวเร็วขึ้น และช่วยให้น้ำตาลที่ถูกเคี่ยวจนมีสีน้ำตาล (เนื่องจากปฏิกิริยาสีน้ำตาลที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำตาลถูกความร้อน) เปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลขึ้นโดยอาศัยการแทนที่ของอากาศ กระทุ้งจนได้น้ำตาลสีขาวเหลืองน่ากิน น้ำตาลเริ่มแข็งตัวก็จะใช้เกรียงขูดออกจากกระทะ เทใส่ปี๊บ เรียกว่า "น้ำตาลปี๊บ" ถ้าเทลงใส่ถ้วยตะไลหรือพิมพ์ได้




เนื่องจากน้ำตาลมะพร้าวเป็นน้ำตาลที่ยังคงมีน้ำผสมอยู่จึงชื้นได้ง่าย ไม่สามารถคงรูปอยู่ได้นาน มีการคืนตัวเยิ้มเหลวง่ายเมื่อเก็บไว้ที่อุณภูมิห้อง โดยเฉพาะในเวลาที่อากาศร้อนน้ำตาล จะเยิ้มเหลวเร็วมากไม่สามารถคงลักษณะรูปร่างเป็นก้อนน้ำตาลปึกได้นาน ทางกลุ่มอุตสาหกรรมหมู่บ้านคลองน้ำเชี่ยวจึงผสมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อยในการเคี่ยวน้ำตาลสดเพื่อผลิตน้ำตาลปึก เนื่องจากน้ำตาลทรายมีลักษณะเป็นผลึกจึงช่วยให้น้ำตาลมะพร้าวแห้งและแข็งตัวเร็วขึ้นสามารถปั้นเป็นก้อนได้ง่าย ปริมาณน้ำตาลทรายที่มากน้อยต่างกันจะมีผลต่อรสชาติของน้ำตาลมะพร้าว
 ซึ่งก็จะเป็นคุณภาพเกรดและราคาของน้ำตาลที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งผสมน้ำตาลทรายมาก น้ำตาลมะพร้าวที่ได้ก็จะขึ้นรูปแข็ง แม้ราคาจะถูกลงแต่ก็อาจจะได้น้ำตาลมะพร้าวที่ไม่หอมหวานเหมือนน้ำตาลมะพร้าวเกรดไม่ผสมนั่นเอง








วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

Creative Commons




http://library.stou.ac.th/

เว็ปนี้เป็นเว็ปของสำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช เป็นเว็ปไซต์เกี่ยวกับการศึกษา ซึ่งเว็ปนี้มีการเผยแพร่บทความได้ภายใต้เงื่อนไข แสดงแหล่งที่มาพร้อมลิงก์อ้างอิง ไม่ใช้เพื่อการค้าและไม่ดัดแปลงแก้ไขเนื้อหา ซึ่งมีสัญลักษณ์ดังนี้ (cc)
แสดงที่มา (by) หมายถึง :
คุณ ยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย จัดแสดง และเผยแพร่งานของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่ก็ต่อเมื่อพวกเขาประกาศด้วยว่างานนั้นเป็นของคุณ
ไม่ใช้เพื่อการค้า (nc) หมายถึง :
คุณ ยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย จัดแสดง และเผยแพร่งานของคุณ (รวมทั้งงานที่ดัดแปลงจากมัน) – แต่สำหรับจุดประสงค์ที่ไม่ใช่เพื่อการค้าเท่านั้น
ไม่ดัดแปลง (nd) หมายถึง :
คุณ ยินยอมให้ผู้อื่นคัดลอก แจกจ่าย จัดแสดง และเผยแพร่งานของคุณ เฉพาะงานที่เหมือนต้นฉบับทุกประการเท่านั้น ไม่ใช่งานที่ถูกแก้ไขดัดแปลง

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

จังหวัดเพชรบุรี





ตราประจำจังหวัดเพชรบุรี
  • เขาวัง หมายถึง เขาที่ตั้งของพระนครคีรี ซึ่ง ร.4 ทรงสร้างและพระเจดีย์พระธาตุจอมเพชร นับเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง
  • ผืนนา หมายถึง เมืองเกษตรกรรมและความอุดมสมบูรณ์

  • ต้นตาลโตนด หมายถึง ต้นไม้สัญลักษณ์ของจังหวัด

คำขวัญประจำจังหวัด



เขาวังคู่บ้าน ขนมหวานเมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม

ประวัติความเป็นมา



จังหวัดเพชรบุรีตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองด่านสำคัญระหว่างภาคกลางและภาคใต้ มีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งผลิตน้ำตาล เนื่องจากมีต้นตาลหนาแน่น และยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเพชรบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมายและหลากหลายรูปแบบ ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นิยมไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันมาก 
จังหวัดเพชรบุรีมีเนื้อที่ประมาณ 6,225,138 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,890,711 ไร่ จัดเป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 36 ของประเทศไทย โดยมีส่วนที่กว้างที่สุดในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นระยะทาง 103 กิโลเมตร และส่วนที่ยาวที่สุดในแนวทิศเหนือ-ใต้ เป็นระยะทาง 80 กิโลเมตรลักษณะภูมิประเทศของเพชรบุรี แบ่งเป็น 3 เขต คือ เขตภูเขาและที่ราบสูงทางด้านตะวันตก เป็นเทือกเขาทอดยาวจากเหนือลงใต้ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำบริเวณตอนกลางของจังหวัด เป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดและเป็นเขตเกษตรกรรมที่สำคัญของจังหวัด เพราะมีแม่น้ำเพชรบุรีไหลผ่าน มีเขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนเพชรบุรี และเขตที่ราบชายฝั่งทะเลทางด้านทิศตะวันออก พื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ความยาวรวมประมาณ 80 กิโลเมตร อุดมไปด้วยป่าโกงกางและชายหาดที่สวยงามเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดทั้งในด้านการประมงและการท่องเที่ย
เพชรบุรีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี นับตั้งแต่สมัยทวารวดี เดิมเป็นหนึ่งในเมืองศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา มีชื่อที่ชาวต่างประเทศใช้เรียกต่างๆ กัน เช่น ชาวฮอลันดาเรียกว่าพิพรีย์ชาวฝรั่งเศสเรียกว่าพิพพีล์และฟิฟรีจึงสันนิษฐานกันว่าชื่อเมืองพริบพรีเป็นชื่อเดิมของเมืองเพชรบุรี ซึ่งสอดคล้องกับชื่อวัดพริบพลี ที่เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดในสมัยสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา เพชรบุรีเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญในกลุ่มหัวเมืองฝ่ายตะวันตก เจ้าเมืองผู้ปกครองเพชรบุรีล้วนเป็นผู้ที่สืบเชื้อพระวงศ์ ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ จังหวัดเพชรบุรีได้เปลี่ยนเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปรานเมืองเพชรบุรีตั้งแต่ครั้งยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์จึงโปรดให้สร้างพระราชวัง วัด และพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นบนเขาเตี้ยๆ ใกล้กับตัวเมือง และพระราชทานนามว่าพระนครคีรีต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นอีกแห่งหนึ่งในตัวเมืองเพชรบุรี คือพระรามราชนิเวศน์หรือที่เรียกกันว่าวังบ้านปืนและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้โปรดให้สร้างพระราชวังพระราชนิเวศน์มฤคทายวันขึ้นที่ชายหาดชะอำในเวลาต่อมา เพื่อใช้เป็นที่ประทับรักษาพระองค์ ด้วยทรงเชื่อว่า อากาศชายทะเลและน้ำทะเลอาจบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้ จังหวัดเพชรบุรีจึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองสามวังนับแต่นั้นมาปัจจุบันจังหวัดเพชรบุรีแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอเขาย้อย อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอชะอำ อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอบ้านแหลม และอำเภอแก่งกระจาน


ขนบธรรมเนียมประเพณี  วัฒนธรรม  และการละเล่นพื้นเมืองประจำจังหวัด
                จังหวัดเพชรบุรี มีขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่สำคัญ ที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน   ดังนี้
            1.  งานพระนครคีรีเมืองเพชร   จะจัดวันศุกร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ มักตรงกับเทศกาลตรุษจีน  เป็นงานประจำปี  เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์เมืองเพชร ตลอดจนเพื่อเผยแพร่สิ่งที่ดีงามในทุกด้านให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย



            2. ประเพณีวัวลาน  เป็นการละเล่นของสังคมชาวนาเมืองเพชรบุรีหลังฤดูเก็บเกี่ยว  ขึ้นชื่อว่าลูกผู้ชาย เมืองเพชรต้องเคยผ่านการร่วมแข่งขันวัวลานมาบ้างแล้ว เป็นการละเล่นที่มีวิวัฒนาการมาจากการนวดข้าว ซึ่งจะต้องต้อนวัวโดยการผูกติดกันเป็นพรวนให้ย่ำไปบนข้าวและบังคับให้เดินเป็นวงกลมชาวเมืองเพชรจึงนำวิธีการดังกล่าวมาปรับเป็นการแข่งขัน 






สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดดเพชรบุรี
  • หาดชะอำ

  • พระนครคีรี (เขาวัง)

  • ทะเลหมอก (แก่งกระจาน)

  • พระรามราชนิเวศ (วังบ้านปืน)






ขนมหวานเมืองเพชร







ต้นตาล / น้ำตาลโตนดเมืองเพชร